ทำไมพักหลังๆ วัฒนธรรมการแชร์โต๊ะอาหารในคาเฟ่ถึงกลายเป็นเรื่องถกเถียงกันหนักมากครับ?
สังเกตเห็นหลายกระทู้และใน TikTok ช่วงนี้มีดราม่าเรื่องการจองโต๊ะในคาเฟ่แนว Slow Bar หรือร้านกาแฟในย่านยอดฮิต คนกลุ่มหนึ่งมองว่าการนั่งแช่นานๆ เป็นสิทธิ์ของลูกค้า แต่อีกกลุ่มมองว่าเป็นเรื่องมารยาททางสังคมที่ควรแบ่งปันพื้นที่ให้ผู้อื่นบ้าง เพื่อนๆ คิดเห็นยังไงครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นเจ้าของร้านหรือคนที่ชอบไปนั่งทำงานในคาเฟ่บ่อยๆ
57 ความคิดเห็น
แชร์
ให้รางวัล
ผมว่ามันอยู่ที่ว่าร้านนั้นวางโพซิชันนิ่งไว้แบบไหนครับ ถ้าเป็นร้านที่ทำขึ้นมาเพื่อให้นั่งทำงานได้ยาวๆ ก็ควรมีปลั๊กไฟ แต่ถ้าเป็น Slow Bar ที่คนต่อคิวเยอะ การนั่งแช่ 3-4 ชั่วโมงโดยสั่งกาแฟแก้วเดียวมันก็เกินไปหน่อยครับ
เห็นด้วยครับ เรื่องความคาดหวังของร้านกับลูกค้ามักจะไม่ตรงกันตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปใช้บริการ
ในมุมคนทำงาน freelance บางทีเราก็ต้องการบรรยากาศครับ และก็ซื้อเครื่องดื่ม/ขนมเรื่อยๆ นะ ไม่ได้นั่งฟรี แต่อาจจะผิดที่บางร้านเขาก็ไม่ได้อยากให้คนมานั่งแช่แต่แรก
เข้าใจครับ แต่ลองนึกถึงใจคนชงบ้าง บางทีลูกค้า 3 คนนั่งแช่เต็มโต๊ะ 8 ที่นั่ง ตั้งแต่เช้าจนเย็น ร้านเสียโอกาสขายไปเยอะมากเลยครับ
วัฒนธรรมคาเฟ่ไทยสมัยนี้มันหนักไปทางถ่ายรูป ถ้ามีคนนั่งทำงานกางโน้ตบุ๊กหน้าโต๊ะที่ตกแต่งสวยๆ ก็มักจะโดนดราม่าตลอด
ทำไมต้องไปนั่งแช่ที่คาเฟ่กันจังครับ Co-working space ก็มี หรือไม่ก็ทำงานที่บ้านเถอะ
ปัญหาคือที่จอดรถและพื้นที่ในกรุงเทพฯ มันจำกัดครับ คนเลยต้องแย่งกันใช้พื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่กึ่งสาธารณะกัน
จริงครับ ถ้าเมืองมีพื้นที่สาธารณะมากกว่านี้ เราคงไม่ต้องมาเบียดกันในคาเฟ่หรอก
ส่วนตัวผมไม่ชอบนั่งแช่ในที่คนเยอะๆ อยู่แล้วครับ รู้สึกกดดันเวลาเห็นคนเดินวนหาที่นั่ง
ดราม่าพวกนี้มักจะจบที่การที่ร้านประกาศกฎห้ามนำโน้ตบุ๊กเข้าในโซนบางโซน แล้วก็นำไปสู่การโต้เถียงกันในเพจร้านอีกรอบ
จริงๆ ถ้ามีมารยาทกันทั้งสองฝั่ง ร้านก็ไม่ต้องเหนื่อยมาคอยติดป้ายห้ามอะไรเยอะแยะครับ