เตือนภัย! เพื่อนสาวเจอชาวต่างชาติลวนลามบนเครื่องบิน ซ้ำทิ้งคราบไว้บนเสื้อ น่ากลัวมากครับ
อยากจะมาแชร์เหตุการณ์ที่เพื่อนสนิทเจอมากับตัวครับ เผื่อเป็นอุทาหรณ์ให้เพื่อนๆ ผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว โดยเฉพาะไฟลท์ยาวๆ ครับ
เพื่อนผมเดินทางกลับไทยด้วยสายการบินแห่งหนึ่ง แล้วผู้ชายต่างชาติที่นั่งข้างๆ มีพฤติกรรมแปลกๆ ตั้งแต่กลางทาง พอช่วงที่ไฟในเครื่องหรี่ลง เขาก็เริ่มรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว ทั้งพยายามใช้ขาเบียดและใช้มือมาแตะที่ตัวเพื่อนผม พอเพื่อนผมสะดุ้งตื่นและขยับหนี เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอกลับมาถึงบ้าน เพื่อนผมเพิ่งมาสังเกตเห็นว่ามีคราบปริศนาเลอะติดอยู่ที่เสื้อบริเวณแขนและข้างตัว ซึ่งน่าขยะแขยงมากครับ
ตอนนี้แจ้งสายการบินไปแล้วแต่รู้สึกว่าเรื่องเงียบมาก อยากทราบว่าในกรณีแบบนี้เราสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้างครับ หรือมีหน่วยงานไหนที่พอจะช่วยเรื่องนี้ได้ไหมครับ เพราะกลัวว่าคนนี้จะไปทำแบบเดิมกับผู้หญิงคนอื่นอีก
253 ความคิดเห็น
แชร์
ให้รางวัล
น่ากลัวมากครับ แนะนำว่าต้องเก็บหลักฐานพวกเสื้อตัวนั้นใส่ถุงซิปล็อกไว้อย่าเพิ่งซัก แล้วไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนครับ ต่อให้ไม่มีภาพกล้องวงจรปิดแต่ข้อมูลที่นั่งกับพาสปอร์ตทางสายการบินเขามีอยู่แล้ว
เห็นด้วยครับ นอกจากแจ้งความแล้ว ให้กดดันไปที่ฝ่าย Customer Relations ของสายการบินผ่านโซเชียลมีเดียด้วยครับ มักจะได้ผลเร็วกว่าการรออีเมลตอบกลับเฉยๆ
ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวจะลองรวบรวมหลักฐานและทำตามที่แนะนำครับ ตอนนี้เพื่อนยังช็อกอยู่เลย
ในฐานะคนที่ทำงานสายนี้ อยากบอกว่าจริงๆ ถ้าตอนเกิดเหตุเราสามารถกดเรียกพนักงานได้ทันที จะดีที่สุดครับ พนักงานจะสามารถย้ายที่นั่งให้ผู้โดยสารได้ทันทีและบันทึกเหตุการณ์ไว้ในรายงานประจำไฟลท์ครับ
คือถ้าไม่มีพยานหรือหลักฐานชัดเจน สายการบินอาจจะลำบากในการเอาผิดนะครับ แต่อย่างน้อยก็ควรติด Blacklist ไว้
ถึงจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่การทำให้เขามีประวัติเสียไว้ก็ยังดีกว่าปล่อยไปครับ
สมัยนี้ต้องพกสเปรย์แอลกอฮอล์หรืออะไรไว้ใกล้ตัวบ้างครับ เวลาเดินทางคนเดียวบนไฟลท์ดึกๆ
ส่งกำลังใจให้เพื่อนเจ้าของกระทู้นะครับ เป็นเรื่องที่บั่นทอนจิตใจมากจริงๆ
คราบที่ติดเสื้อถ้าจะเอาผิดทางอาญาอาจจะต้องส่งตรวจ DNA นะครับ แต่ถ้าสายการบินไม่ร่วมมือขั้นตอนจะยุ่งยากมาก
ผมเคยเจอพวกฝรั่งแปลกๆ บนเครื่องบ่อยครับ หลังๆ ถ้าต้องนั่งยาวๆ ผมจะเลือกที่นั่งติดทางเดินตลอดเลย จะได้ลุกหนีง่ายๆ
ถ้าเรื่องเงียบ ลองส่งเรื่องไปที่เพจดังๆ ในเฟซบุ๊กดูครับ แรงกระเพื่อมทางสังคมมักจะทำให้สายการบินขยับตัวได้เร็วขึ้น
เข้าใจเลยครับว่าทำไมเพื่อนถึงตกใจ อย่าลืมพาไปปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตด้วยนะครับ เหตุการณ์แบบนี้มันคือ Trauma นะครับ